009945
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
อาทิตย์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
วันทั้งหมด
139
158
447
7979
3419
1408
9945

Your IP: 192.168.2.69
2017-09-19 22:28

ข่าวกิจกรรมสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดยะลา

รมว.แรงงานย้ำ! ให้ดูแลแรงงานไทยในต่างแดนเสมือนญาติ

รมว.แรงงาน เน้นย้ำ นอกจาก 4 ภารกิจหลัก ของข้าราชการประจำการสำนักงานแรงงานไทย คือ การคุ้มครองแรงงานไทยในต่างประเทศ ส่งเสริม รักษา และขยายตลาดแรงงานไทย เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ศึกษา วิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์และจัดทำข้อมูลด้านแรงงานและเศรษฐกิจแล้ว ให้ดูแลแรงงานไทยในต่างประเทศเสมือนเป็นญาติที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
รมว.แรงงานย้ำ! ให้ดูแลแรงงานไทยในต่างแดนเสมือนญาติ
พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบโอวาทให้กับข้าราชการที่ไปประจำการในต่างประเทศ ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน วันนี้ (6 ก.ย. 60) โดยกล่าวว่า “ในการทำงานในสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ ผมขอให้ทุกคนตระหนักถึงภารกิจและความรับผิดชอบของสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ คือ 1) การคุ้มครองแรงงานไทยในต่างประเทศ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างงานและตามกฎหมายท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ครบถ้วนตามที่ควรจะเป็น นอกจากนั้น ต้องทำงานเชิงรุก โดยหมั่นออกไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ รวมทั้งรับทราบและแก้ปัญหาให้กับแรงงาน โดยไม่ต้องรอให้มาร้องเรียนที่สำนักงาน 2) การส่งเสริม รักษา และขยายตลาดแรงงานไทย ให้บรรลุตามนโยบายของกระทรวงแรงงาน ซึ่งปัจจุบันการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากมีหลายประเทศต้องการส่งแรงงานไปทำงานเช่นกัน เราจึงจำเป็นต้องหมั่นศึกษาหาข้อมูล รวมทั้งมีเครือข่ายที่จะช่วยให้เราเข้าถึงแหล่งข้อมูลความต้องการแรงงานได้หลากหลายช่องทาง

3) การเสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย นโยบายที่สำคัญและการดำเนินการของรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ให้แก่แรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 4) การศึกษา วิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์และจัดทำข้อมูลด้านแรงงานและเศรษฐกิจ โดยติดตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศที่ไปประจำการในเชิงลึก ว่าสถานการณ์ของแต่ละประเทศเป็นอย่างไร ต้องมีการสังเคราะห์ข้อมูลข่าวสารว่าเรื่องใดเกี่ยวข้องหรือจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานของไทยอย่างไร ต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อเตรียมการหาแนวทางแก้ไขปัญหา และรายงานให้กระทรวงทราบ เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงใช้ประกอบการพิจารณานโยบายด้านแรงงานในแต่ละประเทศต่อไป รวมถึงช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านแรงงานของไทยให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นอกจากภารกิจหลัก 4 ประการตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว การปฏิบัติภารกิจร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต รวมทั้งส่วนราชการอื่นๆ ในฐานะทีมประเทศไทย (Team Thailand) ก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานของทีมประเทศไทย (Team Thailand) และสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ เป็นไปอย่างราบรื่นด้วย” และประการสำคัญที่สุด คือ การดูแลแรงงานไทยให้ใกล้ชิด อำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้เร็วที่สุด รมว.แรงงาน กล่าวในท้ายที่สุด

 

กระทรวงแรงงงาน เผยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมาเป็นต้นไป ซึ่งในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับนี้มีการปรับปรุง แก้ไข 3 เรื่องหลักๆ คือ 1) กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างบางกลุ่ม บางประเภท เช่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา คนพิการ ผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมการการจ้างงานและคุ้มครองแรงงาน เช่น หากมีการจ้างผู้สูงอายุเป็นรายชั่วโมงอัตราค่าจ้างที่กำหนดต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 2) เพิ่มบทบัญญัติการเกษียณอายุและการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง จากเดิมการเกษียณอายุขึ้นอยู่กับข้อบังคับของสถานประกอบการ แต่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดการเกษียณอายุไว้ที่ 60 ปี และ 3) ปรับปรุงเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเพื่อลดภาระของนายจ้างในการส่งสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ ในมาตรา 108 และมาตรา 110 ซึ่งถูกยกเลิกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (doing business) จากเดิมนายจ้างจะลงทุนทำธุรกิจต้องส่งข้อบังคับให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบก่อน แต่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้สถานประกอบการมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศให้ลูกจ้างทราบภายใน 15 วัน โดยไม่ต้องส่งข้อบังคับให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แต่ต้องมีสำเนาเอกสารให้พร้อมสามารถเรียกดูได้ตลอด ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ลดเวลาในการเริ่มธุรกิจ....เสียง หม่อมหลวงปุณฑริก....
ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า เพื่อสร้างความรับรู้ให้นายจ้าง ลูกจ้าง ประชาชนทั่วไป และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าถึงบทกฎหมายโดยสะดวก และสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายขึ้น กระทรวงแรงงานจึงได้จัดทำคำชี้แจงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2560 ขึ้น โดยมีรายละเอียดประกอบด้วยบทบัญญัติกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม คำชี้แจง และตัวอย่าง ซึ่งอยู่ระหว่างนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ความเห็นชอบ ก่อนเผยแพร่ให้นายจ้าง ลูกจ้าง ประชาชนทั่วไป และผู้เกี่ยวข้องให้ทราบต่อไป

“บิ๊กบี้” ตรวจเยี่ยม บ.ไทยแสตนเลย์ฯ ชูต้นแบบสถานประกอบกิจการดีเด่น - ฅนพันธุ์ข่าว

รมว.แรงงาน ตรวจเยี่ยมบริษัท ไทยแสตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ชูเป็นต้นแบบสถานประกอบกิจการดีเด่น

วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๕.๐๐ น. พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ด้านความปลอดภัย (Safey Dojo) และเยี่ยมชมกระบวนการผลิตโรงงาน Lamp-7 ณ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) จังหวัดปทุมธานี โดยกล่าวว่า กระทรวงแรงงานขอชื่นชมบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านแรงงาน นับเป็นตัวอย่างที่ดีของสถานประกอบกิจการอื่นๆ ในด้านการจัดสวัสดิการให้แก่แรงงาน ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ด้านความคุ้มครองแรงงาน ด้านการสร้างอาชีพให้กับคนไทย และด้านการสร้างแรงงานสัมพันธ์ รวมถึงแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นไปตามมาตรฐาน จนได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสถานประกอบกิจการยอดเยี่ยม หรือ Thailand Labour Management Excellence Award 2017 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรางวัลที่น่าภาคภูมิใจ และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในการดูแลพนักงานในท้องถิ่น ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขกับการทำงาน

กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ใช้กลไกประชารัฐขับเคลื่อนมาตรฐานแรงงานไทยในสถานประกอบกิจการจังหวัดสมุทรสาคร สู่นิคมอุตสาหกรรมต้นแบบฯ หวังพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้างอย่างเป็นระบบสอดคล้องมาตรฐานสากล
นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณการใช้แนวทางประชารัฐเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมาตรฐานแรงงานไทย
(TLS 8001-2010) และการนำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices: GLP) ไปใช้ในการบริหารกิจการ/ธุรกิจ วันพุธที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๐ ณ ห้องประชุมตลาดทะเลไทย จังหวัดสมุทรสาครว่า
กสร.ได้ส่งเสริมให้นายจ้าง ผู้ประกอบการนำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีหรือ GLP และมาตรฐานแรงงานไทยไปใช้ในการบริหารแรงงานในกิจการเพื่อให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้แรงงานหนาแน่นและมีแรงงานข้ามชาติอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับประเภทธุรกิจในจังหวัดมีทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมประมงทะเล ซึ่งเป็นกิจการที่ต่างประเทศให้ความสนใจ ในประเด็นการใช้แรงงาน และเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ การนำ GLP และมาตรฐานแรงงานไทยไปใช้ในการบริหารจัดการจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน รวมทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลกให้กับสถานประกอบกิจการอีกทางหนึ่งด้วย
รองอธิบดีกสร. กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร
สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ในการส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการสมาชิกจัดทำระบบมาตรฐานแรงงานไทยและนำ GLP ไปใช้ในการบริหารจัดการโดยมีสถานประกอบกิจการในจังหวัดสมุทรสาครที่เข้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทยแล้ว จำนวน ๕๓ แห่ง ครอบคลุมลูกจ้าง จำนวน ๕๑,๖๐๕ คน และมีสถานประกอบกิจการที่นำ GLP ไปใช้ ในการบริหารกิจการ/ธุรกิจแล้ว จำนวน ๑๓๐ แห่ง ครอบคลุมลูกจ้าง จำนวน ๑๓๐,๐๐๐ คน ปัจจุบัน กสร.ได้ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร สำนักงานนิคมอุตสาหกรรม
สินสาคร ในการพัฒนาศักยภาพสถานประกอบกิจการภายในนิคมอุตสาหกรรม ตามกลไกประชารัฐเพื่อพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมมาตรฐานแรงงานไทยต้นแบบต่อไป